วิเคราะห์บอล : เอฟซี อาฮาล -vs- แอลติน แอสเซร์

ราคาต่อรอง : เสมอ

สถิติการพบกันหลังสุด

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ : เอฟซี อาฮาล

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ : แอลติน แอสเซร์

สนาม : Aşgabat Stadiony (Aşgabat (Ashgabat)

ทรรศนะ : มากันที่เจ้าบ้าน เอฟซี อาฮาล โดดเด่นมากจริงๆ 14 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พวกเขาคว้าชัยชนะไปได้ถึง 11 นัด เสมอ 2 หลุดแพ้ไปในเกมที่ออกเยือน แอลติน แอสเซร์ แค่เกมเดียวเท่านั้น นอกนั้นพวกเขาเก็บเรียบ ถึงจะแพ้ครั้งเดียวก็จริง แต่ก็เป็นการแพ้ให้กับคู่แข่งแย่งแชมป์อย่างทีมเยือน ที่อยู่อันดับ 2 ห่างกัน 3 แต้มเท่านั้น ส่วนผลงานของทีมเยือน แอลติน แอสเซร์ ก็ร้อนแรงไม่ต่างจากเจ้าบ้าน คู่นี้มวยถูกคู่จริงๆ แต่ถึงยังไงก็มองว่าเจ้าบ้านก็คือเจ้าบ้าน นี่เป็นโอกาสเดียวถือ เอฟซี อาฮาล จะได้ตัดแต้มทีมเยือนคืน แถมยังได้เปรียบเพราะลงเล่นในบ้านอีก มองว่า เอฟซี อาฮาล มีเท่าไหร่ใส่หมดแน่นอน บวกกับราคาที่เปิดมาให้ทีมเยือนต้องชนะสถานเดียว มองว่าแพงไปหน่อยที่จะต่อทีมอันดับ 2 ในบ้านแบบนี้

เรตราคา : เสมอ 

ฟันธง : วาง เอฟซี อาฮาล

ความมั่นใจ : 90%

วิเคราะห์จาก :

พฤษภาคม 19th, 2020

Posted In: ข่าวบอล

วิเคราะห์บอล : โบคุ่ม -vs- ออสนาบรู้ค

ราคาต่อรอง : โบคุ่ม ต่อ ครึ่งลูกลบห้า

สถิติการพบกันหลังสุด

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ : โบคุ่ม 

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ : ออสนาบรู้ค

สนาม : โวโนเวีย รูห์ร สตาดิโอน

ทรรศนะ : มากันที่เจ้าบ้าน โบคุ่ม ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียว เพราะฤดูกาลนี้เล่นในบ้านยังไร้พ่าย แต่หนักไปทางเสมอส่วนใหญ่ ผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 ถือว่าฟอร์มยังไม่ค่อยดีนัก ส่วนทางด้านทีมเยือน ออสนาบรู้ค ผลงาน 5 นัดหลังสุด ยังไม่แพ้ใคร ชนะ 2 เสมอ 3 ดูแล้วคืนนี้น่าจะเล่นด้วยความมั่นใจมากกว่า ราคาเปิดมาให้ โบคุ่ม ต่อ ครึ่งลูกลบห้า ราคานี้แนะนำให้อยู่รองดีกว่าครับ ฟันธง รอง ออสนาบรู้ค 

เรตราคา : โบคุ่ม ต่อ ครึ่งลูกลบห้า

ฟันธง : รอง ออสนาบรู้ค

ความมั่นใจ : 90%

วิเคราะห์จาก :

 

 

 

 

 

พฤศจิกายน 22nd, 2019

Posted In: ข่าวบอล

วิเคราะห์บอล : แมนฯ ยูไนเต็ด -vs- โรชเดล

เป็นการพบกันครั้งแรก

 

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ โรชเดล

สนาม : Old Trafford

ทรรศนะ : เปิดมาหัวมาที่ เจ้าบ้าน แมนฯยูไนเต็ด นัดล่าสุดสะดุดแพ้เวสต์แฮมแบบขายหน้าสุดๆ 2-0 ส่งผลให้พวกเขาแพ้นัดแรกในรอบ 4 นัดหลังสุดในทุกรายการ แถมนัดที่แล้วแนวรุกหน้าเป้าผีแดง อย่างแรชฟอร์ดเจ็บอีก ตอนนี้ไม่มีหน้าเป้าแล้ว เกมรุกฝืดสนิท ส่วนทีมเยือน ฟอร์มห่วยแตกจริงๆ จากการชนะใครไม่เป้นมาตลอด 4 นัดหลังสุดในทุกรายการโดยนัดล่าสุด บุกไปฟลีตวุ้ด 2-1 แต่เกมเยือนของ โรชเดลก็ไม่ใช่ขี้หมูขี้หมา เจอเกมใหญ่อาจจะตั้งใจเล่นกว่าเดิมก็ได้ 

ราคาต่อรอง : 2.5

ฟันธง : รอง โชเดล เอวดี

ความมั่นใจ : 90%

วิเคราะห์จาก :

เฉียบ

กันยายน 25th, 2019

Posted In: ข่าวบอล

วิเคราะห์บอล : สเปอร์ส vs ไบรท์ตัน

ราคาต่อรอง : สเปอร์ส ต่อ 1.5

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ (เจ้าบ้าน)

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ (ทีมเยือน)

สนามที่ใช้ในการแข่งขัน : Tottenham Hotspur Stadium

 

ทรรศนะ : สเปอร์สเตะในรังของตัวเองเป็นต่อไบรท์ตันแบบครบวงจร แม้จะไม่มี แฮร์รี่ เคน แต่ตัวอื่ตๆ ที่เหลือก็นับว่าอันตราย โดยเฉพาะ ซน ฮึง-มิน ที่มีทีเด็ดในการสำกอร์ ขณะที่ไบรท์ตันเดมนอกบ้านไม่ดีและฟอร์มย่ำแย่ 5 นัดหลังสุดได้แต้มเดียว งานนี้มีโอกาสโดนเจ้าถิ่นนวดตลอด 90 นาที่ และต้องกลับบ้านมือเปล่า

 เรตราคา : สเปอร์ส ต่อ 1.5

ฟันธง : ไก่โก่งคอขัน!!

ความมั่นใจ : 80%

วิเคราะห์จาก :

 

 

เมษายน 23rd, 2019

Posted In: ข่าวบอล

วิเคราะห์บอล : อาร์เซน่อล vs คริสตัล พาเลซ

ราคาต่อรอง : อาร์เซน่อล ต่อ 1.0

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ (เจ้าบ้าน)

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ (ทีมเยือน)

สนามที่ใช้ในการแข่งขัน : Emirates Stadium

 

ทรรศนะ : คริสตัล พาเลซ อยู่รอดปลอดภัยเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วเล่นค่อนข้างผ่อนคลายเลย มาดวลกับ อาร์เซน่อล ที่ยังต้องการสามคะแนนเพื่อท็อปโฟร์ แถมฟอร์มในบ้านเฉียบขาดอีกต่างหาก ไม่น่าจะทำให้ผิดหวังแน่นอน

 เรตราคา : อาร์เซน่อล ต่อ 1.0

ฟันธง : ปืนใหญ่ ยิงดัง!!

ความมั่นใจ : 80%

วิเคราะห์จาก :

 

 

เมษายน 21st, 2019

Posted In: ข่าวบอล

วิเคราะห์บอล : ฮัดเดอร์สฟิลต์ vs ฟูแล่ม

ราคาต่อรอง : ฮัดเดอร์ฟิลด์ ต่อ เสมอ

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ (เจ้าบ้าน)

สถิติ 5 นัดหลังสุดของ (ทีมเยือน)

สนามที่ใช้ในการแข่งขัน : John Smith’s Stadium

 

 

 

ทรรศนะ : เดอะ เทอร์เรียร์ส เล่นในบ้านได้ดี ฟอร์มไม่เลว แต่ปัญหาหลักคือไม่มีความเฉียบขาดบอลค่อนข้างหื่อ ส่วนเจ้าสัวน้อยแม่ว้าผลงานช่วงหลังก็ไม่ได้โด่ด เกมนี้เน้นกลางสนามบวกแดนหน้าที่อุวธหนักกว่าเจ้าบ้านแน่นอน ทีมเยือนได้สามแต้มกลับบ้านได้

เรตราคา : ฮัดเดอร์ฟฺล ต่อ เสมอ

ฟันธง : เจ้าสัว รัวสกอร์!!!

ความมั่นใจ : 80%

วิเคราะห์จาก :

พฤศจิกายน 5th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, วิเคราะห์บอล

วิเคราะห์บอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

ราคาต่อรอง :

สถิติการพบกันล่าสุดของ : ฟินแลนด์ -vs- เอสโตเนีย

สถิติ 5 นัดล่าสุดของ ฟินแลนด์ : ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1

สถิติ 5 นัดล่าสุดของ เอสโตเนีย : ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 4

สนามที่ลงแข่ง : Veritas Stadion (Turku (Abo))

วิเคราะห์เจ้าบ้าน :

วิเคราะห์ทีมเยือน :

ทรรศนะ :

เรตราคาเปิดที่ :

ฟันธง :

ความมั่นใจ :

 

กันยายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล

วิเคราะห์บอล ฟุตบอลยูโรป้า ลีก

ราคาต่อรอง : ลาร์นาคา ต่อ ปป.

สถิติการพบกันล่าสุดของ เทรนซิน vs ลาร์นาคา

 

สถิติ 5 นัดล่าสุดของ เทรนซิน : ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 0

 

สถิติ 5 นัดล่าสุดของ ลาร์นาคา : ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 0

 

สนามที่ลงแข่ง : Štadión Pod Dubňom (Žilina)

 

วิเคราะห์เจ้าบ้าน : สนามไม่พร้อมต้องไปเล่นที่รังเหย้าของ สลิน่า แทน ผลงานก็ถือว่าดีใช้ได้ ไม่แพ้คู่แข่งมาถึง 6 นัดติดต่อกัน แต่ทว่า 2 นัดหลังนั้นดันเสมอมันทั้ง 2 นัด เริ่มจะฝืดๆไปหน่อย แต่การที่รอบที่ผ่านมานั้นเอาชนะ เฟเยนูร์ด แล้วเข้ารอบมาได้สร้างความมั่นใจให้กับทีมได้มากแน่ๆ เล่นที่สนามนี้ยังถล่ม เฟเยนูร์ด ได้ถึง 4-0 นัดนี้ก็แน่นอนได้ลุ้นเช่นกัน เกมรุกเป็นจุดเด่น มานเช่ ตัวพลิกเกมยังลงเล่นในนัดนี้ได้ตามเดิม

วิเคราะห์ทีมเยือน : ไม่มีกลัวแน่ๆ ผ่านศึกหนักเช่นกันในรอบที่ผ่านมา ตอนนี้เล่นแต่บอลถ้วยยูโรป้าล้วนๆ ยังไม่แพ้ทีมไหน โดยเฉพาะ 3 นัดล่าสุดยิงคู่แข่งไปได้ถึง 11 ลูก แล้วก็ไม่โดนยิงแม้แต่ลูกเดียว เกมรุกกำลังมั่นใจ โดยเฉพาะกองกลางอย่าง ตริคอฟสกี้ ที่ยิงในนัดล่าสุดไปคนเดียวถึง 3 ลูกนัดนี้ลงลุ้นประตูอีกแน่นอน แผนการเล่น 4-2-3-1 ยังคงเล่นได้ดีไม่น่าจะเปลี่ยนไปจากระบบนี้แน่ เล่นเกมรุกแลกกับ เทรนซิน ไปเลย

ทรรศนะ : 2 ทีมกำลังมั่นใจจากผลงานในช่วงหลัง เทรนซิน นั้นแพ้ยากมาก แต่ด้านเกมุกของ ลาร์นาคา ก็ไม่ธรรมดา อยู่ที่เกมรับล้วนๆว่าทีมไหนจะทำได้ดีกว่ากันในนัดนี้ โดยรวมแล้วยังเป็น ลาร์นาค่า ที่ดูแน่นอนกว่า เด่นทั้งรุกและรับ เทรนซิน ยังมีพลาดเสียประตูได้ง่ายๆอยู่ดังนั้นนัดนี้ก็น่าจะมีโอกาสโดนยิงอยู่พอสมควร อย่างน้อยทีมเยือนไม่แพ้แน่ ลุ้นยิงเอาชนะได้พอสมควร

เวลา : 23:30
เรตเปิด : ลาร์นาคา ต่อ ปป.
ฟันธง : ลาร์นาคา ชนะ 2-1
ความมั่นใจ : 80%

สิงหาคม 23rd, 2018

Posted In: ข่าวบอล

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งคนดังของ เรอัล มาดริด กอดปลอบใจ จานลุยจิ บุฟฟ่อน มือกาว ยูเวนตุส หลังจบเกมที่ “ราชันชุดขาว” ผ่านเข้ารอบตัดเชือกของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ โดยทั้งสองคนพูดกันแบบเป็นมิตรด้วย
ตอนแรกเกมนี้ทำท่าว่าจะต้องไปวัดกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษแล้ว หลังจากที่ในนัดสอง ยูเวนตุส นำไปก่อน 3-0 จนทำให้สกอร์รวม 2 นัดเสมอกัน 3-3 แต่ในช่วงท้ายเกม เรอัล มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ ลูกัส บาซเกซ ดาวเตะของเจ้าถิ่นโดน เมห์ดี้ เบนาเตีย ผลักจนล้มลงในกรอบเขตโทษ

ทั้งนี้ บรรดาแข้ง ยูเวนตุส ไม่พอใจกับคำตัดสินนี้มากๆ จนเข้าไปรุมประท้วงกรรมการ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ อย่างหนัก ซึ่งสุดท้าย บุฟฟ่อน ก็ถึงขั้นโดนใบแดงไล่ออกจากสนามเพราะประท้วงรุนแรงเกินไป และ โรนัลโด้ ก็สังหารลูกจุดโทษดังกล่าวเข้าไปอย่างเฉียบขาด จนทำให้ เรอัล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศจากการชนะด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-3

หลังจบเกมแล้วนั้น บุฟฟ่อน ก็ถูกสื่อรุมสัมภาษณ์ทันที เพราะหลายฝ่ายเชื่อว่ามันมีความเป็นไปได้ที่เขาจะเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพหลังจบฤดูกาลนี้ และในตอนที่เขากำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้น โรนัลโด้ ก็เดินผ่านมาพอดี ดาวเตะชาวโปรตุกีสเลยตัดสินใจสวมกอดอีกฝ่ายเพื่อเป็นการปลอบเขา โดยทั้งสองคนพูดอะไรกันนิดหน่อยด้วย ก่อนที่อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเดินจากไป ซึ่งนี่นับเป็นการบอกได้เป็นอย่างดีว่าทั้งคู่ไม่มีความบาดหมางต่อกันแต่อย่างใด


ที่มา : siamsport

เมษายน 12th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

จานลุยจิ บุฟฟ่อน โกลจอมเก๋า ยูเวนตุส ออกโรงฉะแหลกเชิ้ตดำ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ หลังให้จุดโทษดราม่ากับ เรอัล มาดริด ส่ง “เจ้าม้าลาย” ตกรอบศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันพุธ จวกเปาอังกฤษเหมือนสัตว์ พร้อมชี้ต้นสังกัดไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้


จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารตัวเก๋า “เจ้าม้าลาย” ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา ออกมากล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า เขาคิดว่าผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ เหมือนกับสัตว์มากกว่าคน หลังจากเป่าจุดโทษให้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยอดทีมสเปน ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ที่ต้นสังกัดบุกไปเอาชนะ 3-1 ถึงซานติอาโก เบร์นาเบว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

เกมนี้ ยูเว่ มีลุ้นที่จะยื้อออกไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อพวกเขาขึ้นนำ เรอัล มาดริด ถึง 3-0 ทำให้รวมผล 2 นัดเสมอกัน 3-3 แต่เมื่อถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เชิ้ตดำจากอังกฤษก็มาเป่าให้จุดโทษกับเจ้าถิ่น ซึ่งทำให้ บุฟฟ่อน ฉุนขาดกับคำตัดสินนี้และต่อว่า โอลิเวอร์ อย่างหนักจนทำให้เขาถูกใบแดงไล่ออก ก่อนที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หัวหอก “ราชันชุดขาว” จะสังหารเข้าไปทำให้จบเกมยอดทีมแห่งสเปนชนะด้วยสกอร์รวม 4-3 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

“จิตใจของผู้ตัดสินเหมือนกับถังขยะ ถ้าคุณเลวถึงขนาดให้จุดโทษแบบนั้นได้ คุณก็ไม่ใช่คนแล้ว คุณเป็นสัตว์ชัดๆ เราทำสิ่งที่มันดูเหมือนว่าเป็นไปไม่ได้ น่าเศร้าที่มันจบลงแบบนี้ มันมีความน่าจะเป็นจุดโทษแค่ 1 ใน 10 เท่านั้น” โกลวัย 40 ปี ที่อาจลงเล่นในเกมยุโรปเป็นนัดสุดท้ายแล้ว กล่าว


ที่มา : siamsport

เมษายน 12th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือ ยูเวนตุส โอดครวญ “ม้าลาย” น่าได้ต่อเวลาพิเศษเป็นอย่างน้อยในเกมดวลกับ เรอัล มาดริด เมื่อคืนวันพุธ รับรู้สึกเสียใจแทนลูกทีมแบบสุดๆ ที่ต้องตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบนี้


มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี เฮดโค้ชชาวอิตาเลียนของ ยูเวนตุส เชื่อว่า ทีมของเขาสมควรที่จะได้ไปลุ้นต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ สำหรับเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ เลกสอง ที่ “ม้าลาย” บุกไปเอาชนะ เรอัล มาดริด 3-1 เมื่อวันพุธที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา แต่ต้องเป็นฝ่ายตกรอบด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-4

ยูเว่ ที่เกมแรกแพ้คาบ้าน 0-3 สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ ด้วยการบุกมาขึ้นนำ เรอัล มาดริด 3-0 จากผลงานของ มาริโอ มานด์ซูคิช ที่เหมาสองตุงในนาทีที่ 2 กับ 37 และ แบลส มาตุยดี้ อีกลูกในนาทีที่ 61 ซึ่งเกมทำท่าว่าจะต้องยืดเยื้อและไปลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษอยู่แล้ว แต่กลายเป็น “ราชันชุดขาว” ที่มาได้ลูกจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากจังหวะที่ ลูกัส บาซเกซ ถูก เมห์ดี้ เบเนาเตีย เข้ากระแทกจากข้างหลัง และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดลูกโทษเข้าไป ช่วยให้แชมป์เก่าทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศแบบสุดระทึก ขณะที่ อัลเลกรี รู้สึกเสียดายที่ ยูเว่ ต้องมาตกรอบแบบนี้

อัลเลกรีโอดยูเวนตุสน่าได้ต่อเวลาพิเศษ

“ผมไม่อยากไปตัดสินการทำหน้าที่ของกรรมการ ผมรู้สึกแย่แทนลูกทีม เพราะพวกเขาทำได้ดีร่วมๆ 60 นาทีในเกมที่ ตูริน แค่วันนั้นทำประตูไม่ได้เหมือนกับวันนี้ จุดโทษที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นการย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ฮวน กวาดราโด้ ในเกมเลกแรกเลย ซึ่งผมก็พูดตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า จังหวะนี้มันอาจจะมีส่วนในการตัดสินทีมเข้ารอบได้เลย”

“สำหรับวันนี้อย่างน้อยๆ เราก็สมควรได้ไปลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ เพราะเรายังเหลือโควตาเปลี่ยนตัวอีกตั้งสองคน ซึ่งมันอาจจะเป็นส่วนสำคัญในช่วงต่อเวลาพิเศษได้เลย” นายใหญ่ ยูเวนตุส วัย 50 ปี กล่าว


ที่มา : siamsport

เมษายน 12th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

หลังจากพรีเมียร์ลีกยกเครดิตให้ แฮร์รี่ เคน เป็นคนทำประตูที่สองในเกมชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไม่กี่นาทีต่อมา โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวเตะตัวเก่ง ลิเวอร์พูล ได้โพสต์ทวิตเตอร์เชิงประหลาดใจ ซึ่งแฟนๆได้มาแสดงความเห็นว่าอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องของกองหน้าทีมชาติอังกฤษ


ชิงดาวซัลโวเดือด! หลังพรีเมียร์ยกประตูให้เคน ซาลาห์เลยทวิตสุดจี๊ด
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกจอมถล่มประตูของ ลิเวอร์พูล ขยับตัวทันทีหลังทราบข่าวที่ แฮร์รี่ เคน กองหน้าท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้รับเครดิตเป็นคนทำประตูในแมตช์ชนะ สโต๊ค ซิตี้ 2-1 เกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ประเด็นปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากจังหวะที่ คริสเตียน อีริคเซ่นเปิดลูกฟรีคิกจากฝั่งซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษ โดยที่ เคน พยายามขึ้นโขกก่อนที่บอลจะเข้าประตูไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันยกให้ประตูดังกล่าวเป็นของ มิดฟิลด์ชาวเดนมาร์ก

ต่อมา หัวหอกไก่เดือยทอง ยืนยันว่าเขาเป็นคนสุดท้ายที่สัมผัสบอล ขณะที่ต้นสังกัดได้ยื่นเรื่องอุทธรณ์เพื่อให้มีการเปลี่ยนชื่อ เคน ได้เครดิตเป็นคนทำประตู

ล่าสุด พรีเมียร์ลีก ได้ยืนยันคำตัดสินแล้วว่า เคน เป็นคนสุดท้ายที่สัมผัสบอล และนั่นทำให้เขาได้รับเครดิตเป็นผู้ทำประตู ซึ่งส่งผลให้ ดาวยิง “ไก่เดือยทอง” มีสถิติยิงประตูเพิ่มเป็น 25 ลูกตามหลัง ซาลาห์ ที่กำลังนำเป็นดาวซัลโวลีกเมืองผู้ดี แค่เพียง 4 ประตูเท่านั้น

ทั้งนี้ ทันทีที่พรีเมียร์ลีกประกาศคำตัดสินดังกล่าว อีกเพียงไม่กี่นาทีต่อมา ซาลาห์ ก็แสดงความเห็นใน ทวิตเตอร์ ด้วยข้อความสั้นๆว่า “วู้ววว จริงเหรอ!?!”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อความดังกล่าวของซาลาห์ เกี่ยวข้องกับเรื่องใด แต่แฟนบอลต่างเชื่อว่าต้องเกี่ยวข้องกับเคสของเคน อย่างแน่นอน


ที่มา : siamsport

เมษายน 12th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติไทยลงตัวจริง 7 เกมติดในศึกเจลีก 2018 ประสานงานร่วมกับ เคน โตคุระ และ โคจิ มิโยชิ  ในเกม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เปิด ซัปโปโร โดม ต้อนรับการมาเยือนของ โชนัน เบลล์มาเร่


เปิดฉากมา เจ้าถิ่นลุยแหลก และเกือบขึ้นนำในน.12 เมื่อ ไดกิ ซูงะ หลุดขึ้นไปทางซ้ายสุดเส้นก่อนเปิดให้ โคจิ มิโยชิ แปเข้าประตู แต่ผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปเสียก่อน

 

ผ่านมาถึง น.15 โชนัน ทีมเยือนได้ลุ้นบ้างจากจังหวะซัดในกรอบของ ซึกาสะ อูเมซากิ แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับ กู ซัง ยุน เซฟไว้ได้

คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ลุยแหลก น. 18 โคจิ มิโยชิ หลุดไปซัดเน้นๆ แต่ โยตะ อากิโมโตะ ผู้รักษาประตู โชนัน เซฟได้อย่างหวุดหวิด

นาทีถัดมา ชนาธิป เกือบสร้างชื่ออีก จากจังหวะที่ เคน โทคุระ โหม่งชงให้ เจ สอดขึ้นมาอัดเน้นๆ ด้วยขวาในระยะเผาขน แต่กองหลังทีมเยือน พุ่งขวางไว้ได้ทัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 

คอนซาโดเล่ ซัปโปโร: กู ซัง ยุน, เรียวสุเกะ ชินโดะ, คิม มิน แต, อากิโตะ ฟุกุโมริ, โยชิอากิ โคมาอิ, ฮิโรกิ มิยาซาว่า, ทาคูมะ อาราโนะ, ไดกิ สุงะ, โคจิ มิโยชิ, ชนาธิป สรงกระสินธ์, เคน โทคุระ

สำรอง: ทากาโนริ ซูเกโนะ, นาโอกิ อิชิคาว่า, เรียวตะ ฮายาซากะ, ชินโกะ เฮียวโดะ, จูลินโญ่, โจนาธาน เฮส, ทาคุมิ มิยาโยชิ

 โชนัน เบลล์มาเร่: โยตะ อากิโมโตะ, มิกิ ยามาเนะ, อังเดร บาเอีย, คาซูนาริ โอโนะ, ทาคูยะ โอกาโมโตะ, โทชิกิ อิชิคาวะ, ไดกิ ซูกิโอกะ, เรียว ทาคาฮาชิ, ซึกาสะ อูเมซากิ, ลี จอง เฮียบ, จิน ฮานาโตะ

 สำรอง: มาซากิ โกโตะ, ซิโยชิ ชิมามูร่า, เทมมะ มัตสึดะ, มิคิช, เรียวโนสุเกะ โนดะ, อเล็น สเตวาโนวิช, คาโอรุ ทาคายาม่า


ที่มา : Siamsport

เมษายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2)

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2561

เรอัล มาดริด (สเปน) – ยูเวนตุส (อิตาลี)
Real Madrid (Spain) – Juventus (Italy)

(นัดแรก เรอัล มาดริด ชนะ 3-0)
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1, เวลา : 01.45 น.

 

สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

”ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เลกแรกบุกไปเอาชนะ ยูเวนตุส มาก่อนถึง 3-0 โดยได้ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิง 2 ประตู ก่อนจะได้ มาร์เซโล่ ทำประตูปิดท้าย โอกาสเข้ารอบสดใสทีเดียว

ผลงานในลา ลีกา ล่าสุด โรนัลโด้ ยิงประตูที่ 40 ของตัวเองในฤดูกาลนี้ให้ทีมออกนำ แอต.มาดริด ก่อนที่จะโดน อองตวน กรีซมันน์ ยิงตีเสมอ 1-1 ในศึก ”เดร์บี้ มาดริเลนโญ่” รั้งเป็นอันดับ 4 ของตาราง

ข่าวร้ายของ ซีเนดีน ซีดาน ก็คือจะหมดสิทธิ์ใช้งาน เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีม ติดโทษแบนหลังสะสมใบเหลืองครบโควตา

นอกจากนี้ นาโช่ เฟร์นานเดซ เซนเตอร์แบ็ก แบ็กอัพเบอร์หนึ่งของทีมมีอาการบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกมนี้น่าจะได้เห็น เฆซุส บาเยโฆ่ กองหลังดาวรุ่งลงสนามเคียงข้าง ราฟาแอล วาราน

ดาวเตะตัวจริงที่ได้พักในเกมกับตราหมีอยาง กาเซมีโร่, โทนี่ โครส, อีสโก้ และ ลูก้า โมดริช เตรียมคืนสนามทั้งหมด เช่นเดียวกับ คาริม เบนเซม่า ที่จะประสานงานแดนหน้ากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ฟาก ”ม้าลาย” ยูเวนตุส เกมที่แล้วแพ้คาบ้าน 0-3 โอกาสเข้ารอบริบหรี่ ขณะที่ผลงานในลีกยังยอดเยี่ยมต่อเนื่อง ล่าสุดบุกถล่มทีมบ๊วยอยาง เบเนเวนโต้ 4-2 จากแฮตทริกของ เปาโล ดีบาล่า และอีกลูกจาก ดั๊กลาส คอสต้า

มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี เจอกับข่าวร้ายเมื่อ เปาโล ดีบาล่า กองหน้าตัวเก่งโดนไล่ออกจากสนามในเลกแรก เกมนี้ติดโทษแบน เช่นเดียวกับ โรดรีโก้ เบนตานชูร์ กองกลางที่สะสมใบเหลืองครบโควตา

อย่างไรก็ตาม ยังพอมีข่าวดีที่ได้ตัว มิราเล็ม ปานิช ห้องเครื่องตัวเก่ง และ เมห์ดี้ เบนาเตีย กองหลังพ้นโทษแบนกลับมา

เบนาเตีย จะกลับมาเป็นคู่เซนเตอร์กับ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ทันทีในวันที่ อันเดรีย บาร์ซายี่ มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต

ปานิช จะกลับมาประสานงานแดนกลางกับ ซามี่ เคดิร่า ส่วนพื้นที่แดนหน้าใช้ มาริโอ มานด์ซูคิช ลงแทนที่ของ ดีบาล่า

แกนหลักที่ได้พักในเกมล่าสุดอย่าง จานลุยจิ บุฟฟ่อน, ดั๊กลาส คอสต้า และ กอนซาโล่ อิกวาอิน เตรียมคืนทัพทั้งหมด

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง

เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : เกย์ลอร์ นาวาส – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เฆซุส บาเยโฆ่, มาร์เซโล่ – ลูก้า โมดริช, กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ – คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

เทรนเนอร์ : ซีเนดีน ซีดาน

ยูเวนตุส (4-2-3-1) : จานลุยจิ บุฟฟ่อน – มัตเตีย เด ชีโย่, เมห์ดี้ เบนาเตีย, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, ควัดโว่ อาซาโมอาห์ – ซามี่ เคดิร่า, มิราเล็ม ปานิช – ดั๊กลาส คอสต้า, มาริโอ มานด์ซูคิช, อเล็กซ์ ซานโดร – กอนซาโล่ อิกวาอิน

เทรนเนอร์ : มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี

ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอวิเลอร์ (อังกฤษ)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

– ราชันกำลังจะลุ้นเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน โดยนี่จะเป็นหนที่ 21 ที่เจอกันของทั้งสองทีม ซึ่งครั้งที่ 19 นั้นเป็นการเจอกันตอนนัดชิงที่คาร์ดิฟฟ์ เมื่อ 3 มิถุนายน 2017 เรอัล มาดริด อัดยูเว่ 4-1 ได้แชมป์สมัยที่ 12 ทำลายอาถรรพ์เป็นแชมป์เก่าที่ป้องกันแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ และตอนนี้ลุ้นแชมป์สมัยสามติดต่อกัน

– คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงสองเม็ดในเกมแรกที่ชนะ 3-0 ถือว่ายุติสถิติ 27 เกม หรือ 5 ปี ที่ยูเว่ไม่แพ้ใครในบ้านเกมยุโรปด้วย

– ยูเวนตุสชนะในหนสุดท้ายที่ต้องเตะแบบสองนัดเมื่อเจอกับมาดริด ในรอบรองปี 2014/15

– 20 หนที่เจอกันก่อนหน้านี้ในยูโรเปี้ยน คัพ ซึ่งตอนนี้ราชันนะไป 10, ยูเว่ ชนะ 8, เสมอ 2, มาดริดยิงได้ 25, ยูเว่ยิงได้ 22

– โรนัลโด้ยิงได้ตลอดทั้ง 6 เกมให้กับเรอัล มาดริด เมื่อเจอกับยูเวนตุส รวมแล้ว 9 เกม ที่สำคัญตอนนี้เขายิงในแชมเปี้ยนส์ ลีก ทำสถิติ 10 นัดติดต่อกัน

– มาดริดชนะ 5 จาก 8 เกมในบ้านเมื่อเจอกับยูเว่ โดยเสมอ 1 และแพ้ 2

– สถิติของมาดริดในยูโรเปี้ยน คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศเล่นรอบนี้ 35 หนแล้ว มากกว่าทีมไหน โดยชนะ 28 แพ้แค่ 6

– มาดริดถูกโฉลกชนะทั้ง 6 เกมเมื่อเจอกับสโมสรจากอิตาลี ทั้งการพบกับยูเว่ รวมถึงนาโปลีด้วย แถมพวกเขาชนะ 34 จาก 40 เกมหลังในแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บ้านตัวเอง แพ้แค่หนเดียวคือ 3-4 ต่อชาลเก้ ในรอบ 16 ทีมนัดสอง ปี 2014/15 แต่ก็ยังเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-4

– มาดริดแพ้แค่ครั้งเดียวจาก 32 หนถ้วยยุโรปก่อนหน้านี้ที่พวกเขาชนะในเกมแรกก่อน นั่นคือพ่ายต่อ โอเดนเซ่ ตอนปี 1994/95

– สถิติการยิงจุดโทษในถ้วยยุโรปของราชันอยู่ที่ ชนะ 2, แพ้ 2

– ส่วนยูเวนตุส นี่คือรอบก่อนรองในยูโรเปี้ยน คัพ หนที่ 18 ก่อนหน้านี้ชนะ 12, แพ้ 5

– สถิติเตะแบบสองนัดของยูเว่เมื่อเจอกับทีมจากสเปนคือ ชนะ 9, แพ้ 6 หนล่าสุดก็คือชนะบาร์ซ่ารอบนี้เมื่อซีซั่นก่อนสกอร์รวม 3-0

– สถิติของยูเว่เจอกับทีมจากสเปนในถ้วยยุโรปคือ 57 เกม ชนะ 19, เสมอ 15, แพ้ 23, ยิงได้ 62, เสีย 65 ลูก

– การแพ้นัดแรก 0-3 ถือว่ายับที่สุดของยูเว่ในบ้านเกมยุโรป เท่ากับตอนที่แพ้ 0-3 ต่อผีแดงเมื่อปี 2002/03 และ 1-4 ต่อเสือใต้ ในเกมนัดที่ 6 ของปี 2009/100

– สถิติของยูเว่ในการดวลจุดโทษคือ ชนะ 3, แพ้ 3

– เซร์คิโอ รามอส เกมนี้จะติดแบนหลังจากโดนจดชื่อที่ตูริน ส่วน มาเตโอ โควาซิช ต้องระวังใบเหลืองไม่เช่นนั้นจะติดแบนถ้าเข้ารอบ ส่วนฝั่งยูเว่ไม่มี เปาโล ดีบาล่า ที่ติดแบน เช่นกันกับ โรดริโก เบนตานคูร์ แต่ได้ มิราเล็ม ปานิช กับ เมห์ดี้ เบนาเตีย พ้นโทษ ส่วน จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กับ อเล็กซ์ ซานโดร ต้องระวังเหลืองไม่เช่นนั้นจะติดแบนถ้ายูเว่พลิกเข้าตัดเชือกได้

– เรอัล มาดริด ยิงอย่างน้อย 2 เม็ด ใน 18 จาก 22 เกมหลังแชมเปี้ยนส์ ลีก

– เรอัล มาดริด ชนะ 8 จาก 10 เกมหลังแชมเปี้ยนส์ ลีก

– มีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ลูกใน 6 เกมหลังของมาดริดในแชมเปี้ยนส์ ลีก

– ราชันมีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ลูกใน 6 จาก 7 เกมหลังที่เจอกับยูเว่นับทุกรายการ

– มีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ลูกใน 3 เกมหลังสุดที่ยูเว่เตะในแชมเปี้ยนส์ ลีก


ที่มา : Siamsport

เมษายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2)

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2561

บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) – เซบีย่า (สเปน)
Bayern Munich (Germany) – Sevilla (Spain)

(นัดแรก บาเยิร์น มิวนิค ชนะ 2-1)
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 01.45 น.

 

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

จุ๊ปป์ ไฮย์เกส เทรนเนอร์บาเยิร์น มิวนิค พาทีมบุกไปเชือดเซบีย่า 2-1 ในนัดแรก ก่อนถล่มเอาก์สบวร์ก 4-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด พร้อมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาซีซั่นนี้เป็นที่เรียบร้อย 6 สมัยติดต่อกัน เหลือแค่รอรับถาดเท่านั้น

สภาพทีมเกมนี้ ไฮย์เกสต้องลุ้นอาการบาดเจ็บของอาร์ตูโร่ วิดัล (เข่า) และ ดาวิด อลาบา (หลัง) แต่ก็โอกาสชวดมีสูง ขณะที่ คิงส์เล่ย์ โกมัน (ข้อเท้า) และ มานูเอล นอยเออร์ (เข่า) ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้วยังชวดเหมือนเดิม

พวกแกนหลักที่ถูกพักไว้อย่าง มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, ฆาบี มาร์ติเนซ, ติอาโก้ อัลกานตาร่า, โธมัส มุลเลอร์, ฟร้องค์ ริเบรี่ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ต่างพร้อมรีเทิร์น

ทว่าทั้งเลวานดอฟสกี้, โจชัว คิมมิช, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, เจอโรม บัวเต็ง และ เซบาสเตียน รูดี้ ที่ติดคาดโทษอยู่ ก็ต้องระวังหากโดนจดชื่อเพิ่ม เพราะถ้าเข้ารอบก็จะอดเล่นรอบตัดเชือก นัดแรกทันทีนั่นเอง

ขณะที่ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า เทรนเนอร์เซบีย่า พาทีมแพ้บาเยิร์น มิวนิคไปก่อน 1-2 ในนัดแรก ก่อนแพ้เซลต้า บีโก้เละ 0-4 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้ 2 นัดติด

สภาพทีมเกมนี้ มอนเตลล่าจะได้เอเวร์ บาเนก้า มิดฟิลด์ตัวสำคัญพ้นโทษแบนกลับมา แต่ต้องรอเช็กความฟิตของซิมง เคียร์, กาเบรียล เมร์กาโด้ และ เซบาสเตียง กอร์เชีย

ในรายของเมร์กาโด้, เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ และ วิสซาม เบน เยแดร์ ก็ต้องระวังตัว เพราะถ้าโดนจดชื่อเพิ่มก็จะหมดสิทธิ์เล่นรอบตัดเชือก นัดแรกทันที หากพลิกสถานการณ์เข้ารอบได้ฃ

ส่วนแนวรุกคาดว่าจะใช้ ปาโบล ซาราเบีย, ฟรังโก้ วาซเกซ, ฮัวกิน กอร์เรอา และ หลุยส์ มูเรียล เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันหวังพลิกกลับมาคว้าชัยให้ได้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง
บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : สเวน อูลไรช์ – โจชัว คิมมิช, เจอโรม บัวเต็ง, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, ฆวน เบร์นาต – ฆาบี มาร์ติเนซ, ติอาโก้ อัลกานตาร่า – ฮาเมส โรดริเกซ, โธมัส มุลเลอร์, ฟร้องค์ ริเบรี่ – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
เทรนเนอร์ : จุ๊ปป์ ไฮย์เกส

เซบีย่า (4-2-3-1) : เซร์คิโอ ริโก้ – เฆซุส นาบาส, ซิมง เคียร์, กเลมงต์ ล็องก์เล่ต์, เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ – สตีเว่น เอ็นซอนซี่, เอเวร์ บาเนก้า – ปาโบล ซาราเบีย, ฟรังโก้ วาซเกซ, ฮัวกิน กอร์เรอา – หลุยส์ มูเรียล
เทรนเนอร์ : วินเชนโซ่ มอนเตลล่า

ผู้ตัดสิน : วิลลี่ คอลลัม (สกอตแลนด์)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

– นี่เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ที่บาเยิร์นมาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยปีก่อนพ่ายต่อ เรอัล มาดริด รวม 2 นัด 3-6 หยุดที่ตรงนี้ และเป็นครั้งที่ 29 ของสโมสร มีเพียงเรอัล มาดริด ที่มาถึงรอบนี้ได้มากกว่า คือ 35 หน ส่วนเซบีย่ามาถึงรอบก่อนรองฯ เป็นครั้งแรก นับแต่ที่เคยทำได้ครั้งเดียว เมื่อ 60 ปีก่อน
– นี่เป็นครั้งแรกที่บาเยิร์น เจอกับเซบีย่า แม้ว่า 4 ซีซั่นหลังพวกเขาจะตกรอบด้วยน้ำมือสโมสรจากสเปน (เรอัล มาดริด, บาร์ซ่า, แอตเลติโก มาดริด และเรอัล มาดริด ปีก่อน โดยสามหนแรกเป็นรอบรองชนะเลิศ) แต่ทีมจากมิวนิคแข็งแกร่งที่บ้านเมื่อเจอกับทีมลา ลีกา
– สถิติของบาเยิร์นในรอบก่อนรองชนะเลิศรายการนี้คือ ชนะ 18 แพ้ 10
– บาเยิร์นเข้ามาเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก (นับเฉพาะ) ถึง 17 ครั้ง มากกว่าทีมไหน ส่วนบาร์ซ่ากับราชันอยู่ที่ 16 หน
– เสือใต้มีสถิติรวมเจอกับทีมจากลา ลีกา ที่มิวนิค คือ ชนะ 18, เสมอ 5, แพ้ 3
– เสือใต้แพ้แค่ครั้งเดียวจาก 24 เกมยูฟ่า ที่พวกเขาชนะในเกมเยือนก่อน นั่นคือพ่ายต่ออินเตอร์ มิลาน ปี 2010/11
– เสือใต้สถิติเล่น 2 นัดแบบเหย้า-เยือนเจอกับทีมจากสเปนคือชนะ 9, แพ้ 10 โดยหนล่าสุดคือแพ้ต่อเรอัล มาดริด ซีซั่นก่อน ในรัง 1-2 และ 4-2 หลังจากต่อเวลาพิเศษที่สเปน
– เสือใต้ชนะ 16 เกมรวดในบ้านยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ช่วงระหว่างวันที่ 17 กันยายน 2014 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2017 เป็นสถิติการแข่งขัน แต่ก็มาแพ้ต่อเรอัล มาดริด ในรอบก่อนรองฯ นี่แหละ
– สถิติการยิงจุดโทษของเสือใต้ในถ้วยยุโปรป คือชนะ 5, แพ้ 1
– เซบีย่าครั้งเดียวที่เคยมาถึงรอบก่อนรองก่อนหน้านี้คือปี 1957/58 ตอนนั้นแพ้ต่อ เรอัล มาดริด สกอร์รวม 2-10 (เยือน 0-8, 2-2 เหย้า) ซึ่งสกอร์ 08 ถือว่ายับที่สุดของเซบีย่าในถ้วยยุโรป และเป็นสกอร์ที่ห่างที่สุดในยูโรเปี้ยน คัพ รอบ 8 ทีม
– ครั้งสุดท้ายที่เซบีย่ามาเยือนเยอรมันคือแพ้ต่อ กลัดบัค 2-4 ในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เดือนพฤศจิกายน 2015
– สถิติเตะน็อกเอาต์แบบสองนัดของเซบีย่าเจอกับทีมจากเยอรมัน คือชนะ 3, แพ้ 2 แต่พวกเขามาเยือนเยอรมัน ชนะ 5 จาก 9 หน โดยเป็นการแพ้ 3 และเสมอ 1
– เซบีย่าแพ้แค่สองเกมจาก 12 เกมเยือนหลังในถ้วยยุโรป (ชนะ 4, เสมอ 6) โดยแพ้ที่สปาร์ตัก และเลสเตอร์
– สถิติการดวลจุดโทษของเซบีย่า ในถ้วยยุโรป คือชนะ 5, แพ้ 1
– จุ๊ปป์ ไฮย์เกส กุนซือเสือใต้เคยทำทีมในสเปนกับบิลเบา, เตเนรีเฟ่ และเรอัล มาดริด สถิติของเขาในการเจอกับเซบีย่า คือ ชนะ 5, เสมอ 3 แพ้ 4
– ฟร้องค์ ริเบรี่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, โยชัว คิมมิช, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, เยโรม บัวเต็ง และ เซบาสเตียน รูดี้ เป็น 6 นักเตะเสือใต้ที่ต้องระวังห้ามโดนเหลือง ไม่เช่นนั้นถ้าเข้ารอบจะติดแบนหนึ่งนัด
– ส่วนเซบีย่าได้ตัว เอแวร์ บาเนก้า พ้นโทษแบนกลับมา แต่ กีโด้ ปิซาร์โร่, เซร์คิโอ เอสกูเดโร่, วิสซาม เบน เยแดร์, โจอากิน กอร์เรอา รวมถึง กาเบรียล แมร์คาโด้ ต้องระวังห้ามโดนเหลือง ไม่เช่นนั้นเข้ารอบก็จะติดแบนหนึ่งเกมเช่นกัน
– มีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ลูกใน 13 เกมหลังสุดของบาเยิร์น ในแชมเปี้ยนส์ ลีก
– เสือใต้ชนะ 7 เกมหลังสุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก
– มีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ลูกใน 9 จาก 11 เกมหลังสุดของเซบีย่า ในแชมเปี้ยนส์ ลีก
– เสือใต้ยิงอย่างน้อย 2 เม็ด ใน 7 เกมหลังแชมเปี้ยนส์ ลีก


ที่มา : Siamsport

เมษายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

หลังบุกไปเอาชนะแมนฯซิตี้ 2-1 ถึงสนามเอติฮัด ทำให้ลิเวอร์พูลผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยสกอร์รวมสองนัด 5-1 ซึ่งหลังเกมนี้จะมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปชมกันได้เลย


5. เจ้าหนูเทรนท์ตอกย้ำความเก่งกาจ

5 ประเด็นร้อนหลังหงส์บุดเชือดแมนซิตี้ ร่วงชปล.

 

หากจะเลือกแนวรับที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดของคู่นี้ทั้งสองเกม ชื่อของเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะต้องติดอยู่ด้วยแน่นอน

เจ้าหนูวัย 19 ปี ตามเล่นงานลีรอย ซาเน่ ทั้งสองเกมจนดาวเตะอินทรีเหล็กทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยทั้งสองเกม อาร์โนลด์ เป็นผู้เล่นลิเวอร์พูลที่ตัดบอลได้มากที่สุดที่ 13 ครั้ง และเข้าปะทะสำเร็จถึง 7 ครั้งด้วยกัน

4. สเตอร์ลิ่งไม่เคยชนะลิเวอร์พูล

5 ประเด็นร้อนหลังหงส์บุดเชือดแมนซิตี้ ร่วงชปล.

นับตั้งแต่ดึงราฮีม สเตอร์ลิ่ง มาจากลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 ยามใดที่แมนฯซิตี้ มีเขาอยู่ในสนามยามเจอหงส์แดง เรือใบสีฟ้า ไม่เคยเอาชนะลิเวอร์พูลได้เลยสักครั้ง ซึ่งในเกมลีกที่ชนะ 5-0 เกมนั้นก็ไม่มีเจ้าตัวอยู่ในสนาม

อีกหนึ่งที่ตอกย้ำสเตอร์ลิง คือ แม้เกมนี้เขาจะเป็นผู้แอสซิสต์ให้กับกาเบรียล เชซุส แต่นอกนั้นเขาสามารถยกระดับทีมได้เลย โดยมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลสำเร็จเพียง 63 % และลูกครอสก็ไม่เข้าเป้าแม้แต่ครั้งเดียว

บางทีในเกมหน้าที่เจอกัน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คงต้องเก็บสเตอร์ลิ่งไว้ที่บ้านเสียแล้ว

3. ลิเวอร์พูลบันทึกสถิติใหม่

5 ประเด็นร้อนหลังหงส์บุดเชือดแมนซิตี้ ร่วงชปล.

จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้เร้ด แมชชีน ได้สร้างสถิติใหม่ให้กับทีมจากอังกฤษ นั่นคือการยิงในรายการนี้ ถึง 33 ลูก ทำลายสถิติเดิมของแมนฯยูไนเต็ด ที่เคยทำได้ 32 ประตู

ซึ่ง สามประสานแดนหน้าทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ทำรวมกันไปแล้ว 22 ลูกในรายการนี้ และรวมกันทุกรายการถึง 80 ประตูเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ทั้งฟีร์มีโน่ และซาลาห์ เป็นผู้เล่นลิเวอร์พูลที่ยิงในรายการนี้มากที่สุด ที่จำนวน 8 ประตู

2. ฝันร้ายของเป๊ป

5 ประเด็นร้อนหลังหงส์บุดเชือดแมนซิตี้ ร่วงชปล.

ตลอด 7 วันที่ผ่านมาคือช่วงเวลาอันโหดร้ายในชีวิตการเป็นกุนซือของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า อย่างแท้จริง การแพ้ลิเวอร์พูลในเกมนี้ทำให้หงส์แดงเป็นทีมแรกที่เอาชนะเป๊ป ได้ถึง 3 ครั้งในหนึ่งฤดูกาล

นอกจากนี้ การไปบ่นใส่ผู้ตัดสินในระหว่างเดินเข้าอุโมงค์ ยังทำให้เขาโดนไล่ขึ้นไปนั่งบนสแตนด์จนไม่สามารถแก้เกมข้างสนามได้

1. ซาลาห์ กับ 50 ประตู

5 ประเด็นร้อนหลังหงส์บุดเชือดแมนซิตี้ ร่วงชปล.

หนึ่งประตูในเกมนี้ ทำให้ผลสกอร์รวมในฤดูกาลนี้ขยับไปที่ 39 ลูก และหากนับที่เจ้าตัวแอสซิสต์ให้เพื่อน 11 ลูก นั่นหมายความว่า ซาลาห์มีส่วนร่วมกับประตูของหงส์แดงไปแล้วถึง 50 ประตู

นอกจากนี้เขายังทาบชั้นกับ ซามูเอล เอโต้ ที่เป็นนักเตะแอฟริกันที่ยิงมากที่สุดในถ้วยนี้ต่อหนึ่งฤดูกาล 8 ประตู


ที่มา : siamsport

เมษายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ชลิเวอร์พูล เผยกับสื่อต่างประเทศว่าพูดอะไรกับลูกทีมในช่วงพักครึ่งแรกก่อนที่ครึ่งหลังเด็กๆของเขาจะยิงสองประตูรวดแซงเอาชนะแมนฯซิตี้ ได้ถึงเอติฮัด สเตเดี้ยม


ลิเวอร์พูล เริ่มต้นเกมได้ไม่ดีนักหลังเป็นฝ่ายตามหลังซิตี้ ไปก่อนตั้งแต่ช่วงสองนาทีแรก จากกาเบรียล เชซุส ซึ่งหลังจากนั้นรูปเกมของเจ้าถิ่นปูพรมบุกใส่หงส์แดงอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสได้ประตูทิ้งห่าง 2-0 จากลูกยิงของลีรอย ซาเน่ แต่ไลน์แมน กลับยกธงเป็นลูกล้ำหน้าท่ามกลางความสงสัยของแฟนๆเรือใบสีฟ้า ทำให้จบครึ่งแรกแมนฯซิตี้ ยังนำ ลิเวอร์พูล 1-0

อย่างไรก็ตามในครึ่งหลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้แก้เกมทำให้ทรงเกมของลิเวอร์พูลดีขึ้น ก่อนที่จะได้ประตูตีเสมอจากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในนาที 56 และมาได้ประชัย 2-1 จากลูกยิงอันคมกริบของโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ทำให้รวมผลสองนัดลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ด้วยประตูรวม 5-1

ทั้งนี้ อดีตเทรนเนอร์ดอร์ทมุนด์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ บีที สปอร์ต ถึงเรื่องว่าได้พูดอะไรกับลูกทีมในระหว่างพักครึ่งแรกในห้องแต่งตัว โดยคล็อปป์ได้กล่าวว่า “ตนไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการเสียประตูแรกอย่างรวดเร็ว แม้มันเป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นแต่เมื่อมันเกิดไปแล้วก็ต้องรับมือมันให้ได้”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลิเวอร์พูล แมนซิตี้

“แต่ในช่วงแรกที่เสียประตู ดูเหมือนพวกเราจะยังไม่ค่อยโอเคกับมันเท่าไหร่” ซึ่งดูเหมือนว่าคล็อปก็ไม่ค่อยพอใจนักที่ลูกทีมกำลังตกอยู่ภายใต้เกมของซิตี้ “พวกเขาต้องการบอลจากเรา จนถึงขั้นจะต้องฆ่ากัน แต่เราก็เสียบอลให้เขามากเกินไป”

“เราจำเป็นต้องเล่นให้รัดกุมมากกว่านี้ และต้องสั่งเช็คล้ำหน้าให้ได้ดีขึ้น จากนั้นเราต้องเล่นฟุตบอลตามแบบฉบับของเรา ไม่ใช่ว่าจะต้องมองหาแต่ ซาลาห์ หรือ มาเน่ และเมื่อเริ่มต้นในครึ่งหลัง เด็กๆก็เล่นได้ตามแผน ซึ่งพวกเรารู้ว่าหากทำได้หนึ่งประตู บรรยากาศในสนามมันจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง” นายใหญ่แห่งแอนฟิลด์กล่าวปิดท้าย


ที่มา : siamsport

เมษายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง

วันอังคารที่ 10 เมษายน 2561

โรม่า (อิตาลี) 3 – 0 บาร์เซโลน่า (สเปน)
Roma (Italy) 3 – 0 Barcelona (Spain)

(รวมสองนัดเสมอ 4-4 โรม่า เข้ารอบรองฯตามกฎประตูทีมเยือน)

 

สนาม : สตาดิโอ โอลิมปิโก (โรม, อิตาลี)

โรม่า ทีมดังแห่งกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิด สตาดิโอ โอลิมปิโก กรุงโรม รับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า จ่าฝูงลา ลีกา สเปน ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 หลังจากเกมแรก บาร์ซ่า ชนะขาดลอย 4-1 ที่คัมป์ นู

ยูเซปิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ กุนซือโรม่าได้ รัดย่า นาอิงโกลัน มิดฟิลด์ตัวหลักหายเจ็บต้นขา ลงสนามเคียงข้าง เควิน สตรอทมัน

ส่วน เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เทรนเนอร์บาร์ซ่าส่ง ลีโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า ลงล่าตาข่ายร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย

เกมครึ่งแรก ผ่านไปเพียง 6 นาที โรม่า นำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ดานิเอเล่ เด รอสซี่ กองกลาง กัปตันทีมโยนบอลยาวจากวงกลมกลางสนามอย่างแม่นยำให้ เอดิน เชโก้ ดึงบอลลงด้วยเท้าขวา ก่อนดีดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษตุงตาข่าย นับเป็นประตูที่ 6 ในการเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 10 ของเขาในฤดูกาลนี้

นาที 25 เอดิน เชโก้ กองหน้าเจ้าถิ่น สบโอกาสตะบันเท้าขวาระยะ 20 หลา บอลข้ามคาน

กองเชียร์เจ้าถิ่นเกือบได้เฮ นาที 36 อเลซานโดร ฟลอเรนซี่ โยนจากปีกขวาไปที่เสาไกล เอดิน เชโก้ ขึ้นโหม่งเผาขนไปติด มาร์ค อังเดร แทร์ ชเตเก้น นายทวารบาร์ซ่า ปัดบอลออกเส้นหลังไปอย่างหวุดหวิด

จบครึ่งแรก โรม่านำ 1-0

ครึ่งหลัง นาที 56 เคราร์ด ปีเก้ โดนใบเหลือง หลังจากไปดึง เชโก้ ล้มลงในกรอบเขตโทษ เกลม็องต์ ตูร์กแป็ง ผู้ตัดสินชาวฝรั่งเศสเป่าให้เจ้าถิ่นได้ลูกจุดโทษ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ยิงจุดโทษเท้าขวาตุงตาข่าย โรม่านำห่าง 2-0 เป็นลูกแรกของเขาในการเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 8 ในซีซั่นนี้

นาที 68 หมาป่าแห่งกรุงโรมบุกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เฟเดริโก้ ฟาซิโอ โยนจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปที่เสาสอง ดานิเอเล่ เด รอสซี่ โขก 6 หลา ไม่เข้ากรอบ

นาที 74 บาร์ซ่า ได้บอล อันเดรส อิเนียสต้า กัปตันทีมผ่านบอลให้ ลีโอเนล เมสซี่ ยิงเท้าซ้ายระยะ 20 หลาไปเข้าซอง อลิสซอน

ห้านาทีต่อมา โรม่า เกือบได้ประตูเพิ่ม ฟลอเรนซี่ โยนจากปีกขวาไปที่เสาสอง สเตฟาน เอล ชาราวี ตัวสำรองยิงเท้าซ้ายจ่อๆ ทว่า มาร์ค อังเดร แทร์ ชเตเก้น ปัดบอลได้อย่างยอดเยี่ยม

และแล้วนาที 82 โรม่า นำห่าง 3-0 เกนกิซ อึนแดร์ เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งขวาไปเข้าหัว คอสตาส มาโนลาส โหม่งที่เสาแรกตุงตาข่าย

จบเกม โรม่า ต้อน บาร์เซโลน่า 3-0 และเมื่อรวมผล 2 นัด ทั้งสองทีมเสมอกัน 4-4 และเป็น โรม่า ชนะด้วยกฏประตูทีมเยือน ผ่านเข้าไปเล่นรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ ส่วน บาร์ซ่า กระเด็นตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างเหลือเชื่อ

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
โรม่า : อลิสซอน – คอสตาส มาโนลาส, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ, ฮวน เชซุส – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, ดานิเอเล่ เด รอสซี่ (กัปตันทีม), อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ – รัดย่า นาอิงโกลัน, เควิน สตรอทมัน – เอดิน เชโก้, ปาทริค ชิค
สำรอง : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ (ผู้รักษาประตู), ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่, เกนกิซ อึนแดร์, มักซีม โกนาลงส์, บรูโน่ เปเรส, แชร์ซอน, สเตฟาน เอล ชาราวี

บาร์เซโลน่า : มาร์ค อังเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมติตี้, จอร์ดี้ อัลบา – เซร์จี้ โรเบร์โต้, อีวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อิเนียสต้า (กัปตันทีม) – ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ
สำรอง : ยาสเปอร์ ชิลเลสเซ่น (ผู้รักษาประตู), เดนิส ซูอาเรซ, อุสมาน เด็มเบเล่, เปาลินโญ่, ปาโก้ อัลกาเซร์, อันเดร โกเมส, โธมัส แฟร์มาเล่น
ผู้ตัดสิน : เกลม็องต์ ตูร์กแป็ง (ฝรั่งเศส)


ที่มา :Siamsport

เมษายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

เปิดสถิติที่ไม่น่าจดจำนักสำหรับสาวกบาร์เซโลน่า เมื่อเจ้าบุญทุ่มเป็นทีมที่สามต่อจาก เอซี มิลาน และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ต้องตกรอบศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังเกมแรกชนะมาก่อนด้วยสกอร์ทิ้งห่างสามลูก


บาร์ซ่า เปิดบ้านเอาชนะโรม่า มาได้ก่อนในเลกแรกที่สนามคัมป์นู 4-1 ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าโอกาสที่อัลซูกราน่า จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปมีสูงมาก เนื่องจากศักยภาพทีมและตัวผู้เล่น เหนือกว่าทีมจากอิตาลีอยู่หลายขุม

อย่างไรก็ตาม ในเกมที่สอง ทีมดังจากกรุงโรม ร่วมแรงร่วมใจ บดเอาชนะบาร์เซโลน่าได้ 3-0 พลิกผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ด้วยกฎประตูทีมเยือน หลังผลสองนัดเสมอกัน 4-4

ก่อนหน้านี้ มีการบันทึกไว้ว่านับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจากยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีเพียงสองทีมเท่านั้นที่ชนะได้ในนัดแรกด้วยสกอร์ทิ้งห่าง 3 ประตู แต่มาแพ้ในเกมที่สองจนตกรอบในที่สุด

ซึ่งสองทีมดังกล่าวคือ เอซี มิลาน ที่แพ้ต่อ เดปอร์ติโว ลา คอรุนญ่า ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2003/04 โดยรอซโซเนรี่ เอาชนะได้ก่อนที่ซาน ซิโร่ 4-1 ก่อนที่จะบุกไปแพ้ที่ริอาซอร์ 0-4 สกอร์รวมสองนัด แพ้ 4-5

เปิดสถิติชปล.!บาร์ซ่าเป็นทีมที่สาม ชนะเกมแรก3ลูกแต่ร่วงตกรอบ

ต่อมา เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เปแอสเช เอาชนะ บาร์เซโลน่า ได้ก่อนที่บ้านตัวเอง 4-0 แต่กลับพ่ายสุดช็อคที่สนามคัมป์ นู ถึง 1-6 สกอร์รวม 2 นัด ตกรอบไป 5-6

เปิดสถิติชปล.!บาร์ซ่าเป็นทีมที่สาม ชนะเกมแรก3ลูกแต่ร่วงตกรอบ


ที่มา : siamsport

เมษายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีม นัดสอง

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ.2561

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) 1 – 2 ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
Manchester City (England) 1 – 2 Liverpool (England)

(รวมสองนัด ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองฯด้วยประตูรวม 5-1)

 

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เกมแรกบุกไปพ่ายมาก่อนถึง 0-3 แถมล่าสุดชวดฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกหลังพ่ายใน เอดิฮัด สเตเดี้ยม หนแรกในรอบ 27 เกมให้แก่อริร่วมเมือง “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด 2-3 เกมนี้ไม่มีทางเลือกต้องลุยแหลกทวงประตูคืน

อย่างเดียว แนวรุก เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” เป็นแค่สำรองส่ง กาเบรียล เชซุส หน้าเป้าโดยมีแนวรุกสนับสนุนทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิง, แบร์นาโด้ ซิลวา, ดาบิด ซิลบา, ลีรอย ซาเน่ และเควิน เดอ บรอยน์

ส่วนฝั่ง “หงส์แดง” ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ไร้แค่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ติดโทษแบน ส่วน เอมเร่ ชาน เจ็บยาว ทำให้ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และเจมส์ มิลเนอร์ ลงคุมแดนกลางร่วมกับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน โดยมีสามแนวรุกหน้า

ประจำอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่

เปิดฉากมาแค่ 2 นาที แฟนเรือใบสีฟ้าได้เฮลั่นกันทั้งสนาม เมื่อ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ โดน สเตอร์ลิง วิ่งมากดดันจนเปิดบอลพลาด แฟร์นันดินโญ่ แทงบอลทะลุแนวรับทีมเยือนถึง สเตอร์ลิง ก่อนอดีตปีกหงส์แดงจะปาดเข้ากลางให้ กาเบรียล เชซุส

วิ่งมายิงเสาแรกเข้าไป แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0

นาที 14 ประวัติศาสตร์เกือบซ้ำรอยเหมือนเกมพรีเมียร์ลีกที่สนามแห่งนี้ ซาดิโอ มาเน่ ล้มตัวสไลด์เข้าช้าไปที่ลำตัวของ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ทำเอา เอแดร์ซอน โจทก์เก่าถึงกับเข้ามาเอาเรื่อง ปรากฏว่า มาเน่ กับ เอแดร์ซอน รับใบเหลืองไปทั้งคู่

รูปเกมเป็นซิตี้ที่พับสนามบุกแหลกอยู่ข้างเดียว จังหวะนี้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้บอลทางขวาแล้วตบกลับมาหน้าเขตโทษให้ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงไม่ผ่านมือ ลอริส คาริอุส นาที 27

โอกาสของทีมเรือใบสีฟ้าอีกครั้งในนาที 39 เป็นบอลโยนยาวเข้าเขตโทษด้านขวามาให้ แบร์นาร์โด้ เอาลงได้แล้วล็อกหนี แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน มายิงด้วยซ้ายติดไซด์ก้อยออกเสาสองไป

สองนาทีต่อมา ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า น่าได้ลูกที่สองอย่างยิ่ง เป็น แบร์นาร์โด้ อีกแล้วที่ได้แต่งเข้าซ้ายยิงเต็มข้อลักษณะเดิม ลูกแฉลบหัว เดยัน ลอฟเรน ไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

เจ้าถิ่นส่งบอลกระทบตาข่ายได้อีกหนนาที 42 จากลูกเปิดเข้ามาทางซ้าย คาริอุส ออกมาชกบอลไม่ดี ลูกเด้งไปเข้าทาง ลีรอย ซาเน่ ยิงไม่เหลือ แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นล้ำหน้าของ ซาเน่ ไปก่อน เลยไม่ได้ประตู

นาที 45 ทีมเยือนได้ลุ้นบ้าง จากการโต้กลับขึ้นมา โม ซาลาห์ ได้บอลในเขตโทษด้านขวาแล้วจ่ายให้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-เชมเบอร์เลน แตะหนี เอแดร์ซอน ไปแล้วแต่ดันยิงข้ามคานน่าผิดหวัง หมดครึ่งแรกที่สกอร์แมนฯ ซิตี้นำ 1-0 พวกเขายังต้องการ

อีก 2 ประตูโดยที่ห้ามเสีย

ครึ่งหลังเริ่ม ปรากฏว่ามีการไล่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ขึ้นไปบนอัฒจรรย์คนดูเป็นที่เรียบร้อย หลังจากกุนซือชาวสแปนิชไปประท้วงผู้ตัดสินอย่างรุนแรงในครึ่งแรก ถึงลูกที่ทีมไม่ได้ประตู

ลิเวอร์พูลตีเสมอเป็น 1-1 นาทีที่ 56 เป็นจังหวะโต้ขึ้นมาทาง ซาลาห์ จิ้มต่อให้ มาเน่ เกี่ยวเข้าเขตโทษไปติดมือ เอแดร์ซอน ที่ออกมารวบได้เร็ว แต่ไม่สามารถรับบอลเข้ามือได้ และเป็น ซาลาห์ ปรี่เข้ามาถึงลูกก่อนแตะหนี เอแดร์ซอน แล้วชิพด้วยซ้ายข้าม โอตาเมนดี้ เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างเยี่ยมยอด ถึงตอนนี้ซิตี้งานงอกต้องยิงอีก 4 ลูกเพื่อเข้ารอบ

ทีมเรือใบสีฟ้ายังครองบอลบุก พร้อมทั้งส่ง เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” ที่เพิ่งหายเจ็บลงมา และในนาที 70 บอลมาที่ เอเมริก ลาป๊อร์กต์ ยิงด้วยซ้ายหน้าเขตโทษแฉลบหัว ลอฟเรน หลุดเสาแรกนิดเดียว

นาที 77 หงส์แดงแซงนำ 2-1 เมื่อ คายล์ วอลเกอร์ พลาดเตะบอลไปติด โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ หอกบราซิเลี่ยนจึงลากเข้าเขตโทษด้านซ้ายไปแปด้วยขวาเสียบเสาสองนิ่มๆ

จากนั้นไม่มีประตูเพิ่มแล้ว จบเกม ลิเวอร์พูลชนะแมนฯ ซิตี้ 2-1 ย้ำชัยนัดที่สอง สกอร์รวม 5-1ส่งผลให้ “หงส์แดง” ทะลุเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกในรอบ 10 ปี

โดยจะมีการจับสลากประกบคู่ในรอบรองชนะเลิศ วันศุกร์ที่ 13 เม.ย.นี้ ที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เริ่มเวลา 18.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ (3-2-4-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ – เควิน เดอ บรอยน์, แฟร์นันดินโญ่ – ราฮีม สเตอร์ลิง, แบร์นาโด้ ซิลวา, ดาบิด ซิลบา, ลีรอย ซาเน่ – กาเบรียล เชซุส

สำรอง : เคลาดิโอ บราโว่, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, อิลคาย กุนโดกัน, เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน”, เฟเบียน เดลฟ์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, ฟิล โฟเด้น

เทรนเนอร์ : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ลอริส คาริอุส – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ
มาเน่

สำรอง : ซิมง มินโญเล่ต์, เนธาเนี่ยล คลายน์, รักนาร์ คลาวาน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, แดนนี่ อิงส์, โดมินิค โซลังกี้, เบ็น วู้ดเบิร์น

เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาออซ (สเปน)


ที่มา :Siamsport

เมษายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

บิลด์ สื่อของเยอรมนี ตีข่าว เอฟเวอร์ตัน กับ เวสต์แฮม สนใจกระชากตัว ชินจิ คางาวะ มาจาก ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย แซม อัลลาร์ไดซ์ นายใหญ่ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” มองว่า คางาวะ คือจิ๊กซอว์ที่รออยู่ ส่วน เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม “ขุนค้อน” ก็กำลังต้องการมิดฟิลด์เก่งๆ เพราะพักหลังใช้แผนแนวเน้นกองกลางเต็มที่


เอฟเวอร์ตัน กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2 สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ความสนใจที่จะดึง ชินจิ คางาวะ มิดฟิลด์ชาวญี่ปุ่นของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของ บิลด์ สื่อชื่อก้องของเมืองเบียร์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชินจิ คากาวะ 2018

คางาวะ เคยมาค้าแข้งที่ อังกฤษ แล้ว หลังย้ายจาก ดอร์ทมุนด์ มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2012 แต่เขาก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ “ปีศาจแดง” ได้ หลังจากที่ทำไปเพียง 6 ประตู จากการลงเล่นในทุกรายการ 57 นัด จนต้องย้ายกลับไปอยู่กับ “เสือเหลือง” ในปี 2014

ทั้งนี้ ดาวเตะทีมชาติญี่ปุ่นกลับมาทำผลงานได้โดดเด่นอีกครั้ง โดยตอนนี้เขาทำประตูให้ทีมไปถึง 31 ลูกจากการลงเล่นในทุกรายการ 139 เกม จนทำให้ ดอร์ทมุนด์ ได้แชมป์ เดเอฟเบ-โพคาล เมื่อซีซั่นก่อนไปครอง ส่วนในฤดูกาลนี้เขาก็มีส่วนช่วยให้ทีมรั้งอันดับ 3 ของลีกด้วย

ฟอร์มดังกล่าวทำให้มีหลายทีมที่ตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว คางาวะ ซึ่งล่าสุด เอฟเวอร์ตัน กับ เวสต์แฮม ก็ขอล่าตัวแข้งเลือดซามูไรด้วย โดย แซม อัลลดาร์ไดซ์ ผู้จัดการทีม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เชื่อว่าดาวเตะวัย 29 ปี คือจิ๊กซอว์ที่หาอยู่สำหรับการรับบทเพลย์เมกเกอร์ของทีม ขณะที่ เดวิด มอยส์ กุนซือ “ขุนค้อน” ก็เชื่อว่าอดีตกองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด จะเสริมความแข็งแกร่งให้แผงกลางของทีมได้ เพราะพักหลังมานี้ มอยส์ ใช้ระบบ 5 กองหลัง กับ 5 กองกลาง พร้อมกับไม่ใช้งานกองหน้าอาชีพอยู่หลายเกม


ที่มา : siamsport

เมษายน 11th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

หน้าถัดไป »